วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า

*อย่าเพิ่งซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า หากคุณยังไม่เคยอ่านบนความนี้ เพียงใช้เวลาอ่าน 10 นาที เพื่อช่วยคุณประหยัดเงินได้หลักพัน ถึงหมื่น

MEGA Fitness เขียนบทความนี้ขึ้นสำหรับคุณ ที่ยังไม่เคยซื้อลู่วิ่งมาก่อน หรือคนที่เคยซื้อลู่วิ่งราคาแสนแพงเมื่อนานมาแล้ว เราหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน มันมีอยู่ “11 ข้อ” ที่คุณต้องรู้ ก่อนที่คุณจะสามารถเลือกลู่วิ่งที่คุ้มค่าต่อความต้องการของคุณ หากคุณอ่านจบแล้ว และยังมีข้อสงสัยอยู่ เรายินดีให้คำแนะนำเพิ่มเติม

11 ข้อเปรียบเทียบที่คุณต้องรู้ ก่อนซื้อลู่วิ่ง

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-1dD1

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-1มอเตอร์ลู่วิ่งจะวัดพลังเป็นหน่วย “แรงม้า” หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า “Horsepower” ตัวย่อ “HP”

ลู่วิ่งไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ใช้สำหรับในบ้านจะมีแรงม้าตั้งแต่ 1 แรงม้า ถึง 3 แรงม้า ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป

เปรียบเทียบง่ายๆ แรงม้าก็เหมือนเครื่องยนต์รถ 1000cc หรือ 3000cc แน่นอนว่า ยิ่งเครื่องแรงเท่าไหร่ กำลังของเครื่อง และความสามารถในการทำความเร็วสูงสุดก็จะมากขึ้นเท่านั้น แต่ราคาก็จะแพงตามขึ้นไป บางทีอาจจะแพงเกินความต้องการในการใช้งาน

แล้วเราควรเลือกลู่วิ่งที่มีแรงม้าเท่าไหร่ดีละ ?

( กดเปิด เพื่ออ่านคำตอบ )

คำแนะนำทั่วไปคือคุณควรเลือกกำลังของมอเตอร์ตามจุดประสงค์การวิ่งของคุณ

  • ใช้เดิน – เลือกมอเตอร์ 1 แรงม้า
  • ใช้วิ่งที่บ้าน – เลือกมอเตอร์ 2-3 แรงม้า
  • ใช้ในฟิตเนส– เลือกมอเตอร์ 4 แรงม้า +

ตัวเลขที่แนะนำข้างบนคือการเลือกมอเตอร์ที่คุ้มค่าต่อจุดประสงค์ของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องเลือกมอเตอร์ที่แรงเกินความจำเป็น เพราะคุณจะเสียเงินมากเกินประสิทธิภาพในการใช้งาน

ข้อควรระวัง: การที่มอเตอร์มีกำลังมาก อาจจะตามมาด้วยเสียงรบกวนที่ดัง เปรียบเสมือนรถยนต์ที่เครื่องใหญ่ๆ ก็จะมีเสียงเครื่องที่ดังมาก มอเตอร์บางยี่ห้อออกแบบมาให้ลดเสียงรบกวน (เช่นระบบ QUIET DRIVE™) ซึ่งสำคัญมากหากคุณไม่อยากรบกวนผู้อื่นเวลาวิ่ง

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-1c1

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-2

เวลาพูดถึงขนาดของ “ลู่วิ่ง” ไม่ได้หมายความว่า ขนาดของตัวเครื่อง แต่หมายถึงขนาดของพื้นที่วิ่ง

ขอนี้สำคัญมากๆ คุณต้องสอบถามทุกครั้งว่าลู่วิ่งแต่ละตัวที่คุณเปรียบเทียบอยู่มีขนาด พื้นที่วิ่งเท่าไหร่ 

พื้นที่วิ่งคือส่วนที่เท้าของคุณสัมผัสพื้น จะมีหน่วยวัดเป็น เซ็นติเมตร กว้าง x ยาว 

โดยทั่วไป ลู่วิ่งตัวไหนมีพื้นที่วิ่งยิ่งใหญ่เท่าไหร่ ราคาก็จะแพงขึ้นเท่านั้น

แล้วคุณควรเลือกลู่วิ่งขนาดเท่าไหร่ดีละ ?

( กดเปิด เพื่ออ่านคำตอบ )

ลู่วิ่งแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ ไม่ได้มีขนาดที่ FIX เหมือนเสื้อที่มีไซต์ S M L XL

ลู่วิ่งแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมีความกว้าง และยาวที่หลากหลาย แต่งตากกันมากๆ เราเลยต้องแยกให้ได้ก่อนว่า ความกว้าง และความยาว มีความหมายอย่างไร และ

ความกว้าง  เป็นหน่วยวัดความสบายในการวิ่ง ยิ่งพื้นที่วิ่งกว้างเท่าไหร่ เราก็จะรู้สึกมีอิสระในการวิ่ง เหมือนเราขับรถบนถนนเลนกว้าง vs. เลนแคบ เราขับรถตรงไปเหมือนกันใช้พื้นที่เท่ากัน แต่เรากลับรู้สึกสบายและอิสระะกว่าเมื่อขับบนถนนเลนใหญ่ การวิ่งก็เหมือนกัน หากคุณมีงบจำกัด และเน้นความคุ้มค่า แนะนำให้เลือกลู่วิ่งที่กว้างไม่ต่ำกว่า 40cm หากคุณเน้นสบายก็สามารถเลือกลู่วิ่งกว้างเท่าที่งบเราจะไหวได้เลยครับ 

ความยาว – เป็นหน่วยวัดความสูงของคนวิ่ง และจุดประสงค์ในการใช้งาน เช่น (1) หากคุณซื้อลู่วิ่งมาไว้เพื่อเดินเร็ว คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อลู่วิ่งที่ยาวเกินไป หรือ (2) ถ้าคุณตัวสูงกว่าคนปกติ คุณก็ต้องหาลู่วิ่งที่ยาวหน่อย เพื่อให้รองรับช่วงขาที่ยาวของคุณ โดยสามารถ ดูคำแนะนำความยาวได้ที่รูปด้านล่าง 

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-1d1

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-12

ความเร็วลู่วิ่งก็เหมือนความเร็วรถยนต์ แต่ละรุ่นจะทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เท่ากัน แล้วแต่กำลังมอเตอร์ที่เลือก 

ลู่วิ่งส่วนมากที่ใช้ที่บ้านจะทำความเร็วสูงสุดได้ตั้งแต่ 14 – 22 กิโลเมตร/ชั่วโมง

และก็เหมือนรถยนต์อีกเช่นกัน บางทีเราก็ไม่ได้ขับเร็วจนหมดไมล์ เพราะฉะนั้นรู้ความเร็วสูงสุดที่คุณต้องการใช้งานตามจุดประสงค์ของคุณ คุณจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อความแรงที่คุณไม่เคยจะได้ใช้งาน

แล้วคุณควรวิ่งความเร็วขนาดไหนดีละ?

( กดเปิด เพื่ออ่านคำตอบ )

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-4โดยปกติสำหรับการใช้งานที่บ้าน ใช้งานออกกำลังกายให้แข็งแรง จะนิยมวิ่งกันที่ความเร็วระหว่าง 6-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งก็ถือว่าเร็วในระดับหนึ่ง และเป็นความเร็วที่เผาผลาญไขมันได้ดีที่สุดอีกด้วย

แต่หากว่าคุณเป็นวิ่งจริงจัง หรือใช้ซ้อมวิ่งเพื่อการแข่งขัน คุณอาจจะต้องดูตัวที่ทำความเร็วได้เยอะหน่อย เพื่อให้คุณวิ่งเร็วมากๆ ได้ 

ข้อสรุปคือ: หากคุณวิ่งเพื่อออกกำลังกาย ลู่วิ่งที่ทำความเร็วสูงสุดได้ 14-15 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็เพียงพอแล้ว แถมยังมีราคาไม่แพงอีกด้วย

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-9

หลายคนไม่รู้ว่าลู่วิ่งนั้นปรับความชันได้ ซึ่งนี้ก็คือข้อได้เปรียบอีกอย่าง เมื่อเทียบกับการวิ่งออกกำลังกายนอกบ้านที่เป็นการวิ่งบนพื้นเรียบตลอดทาง

ความชันของลู่วิ่งนั้นจะปรับโดยการนับเป็น ระดับ หรือ % ที่สูงขึ้นมาจากพื้น 

ลู่วิ่งปกติส่วนมากจะปรับความชันได้ระหว่าง 12-15% จากพื้น ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนการวิ่งขึ้นเขา

และก็แน่นอนยิ่งคุณปรับความชันมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งเผาผลาญไขมัน และใช้พละกำลังของหัวใจมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี

แล้วคุณสงสัยมั้ยว่าเราจะปรับความชันลู่วิ่งได้ยังไง?

( กดเปิด เพื่ออ่านคำตอบ )

ลู่วิ่งจะปรับความชันได้สองแบบคือ (1) ปรับด้วยไฟฟ้า แบบอัตโนมัติ และ (2) ปรับเองด้วยมือ โดยการใส่สลัก 

การปรับด้วยไฟฟ้าเป็นที่นิยมกว่ามาก เพราะสะดวกปรับขึ้นลงได้อย่างรวดเร็ว ลู่วิ่งส่วนมากจะมีปุ่มให้ปรับอยู่ตรงราวจับ หรือไม่ก็ที่หน้าจอ ข้อเสียก็ระบบไฟฟ้าจะมีราคาแพง ส่วนมากจะอยู่จะมีอยู่ในลู่วิ่งราคา หนึ่งหมื่นปลาย ถึง สองหมื่น เป็นต้นไป

ข้อควรระวัง เพราะระบบไฟฟ้ามีต้นทุนสูงหากเจอลู่วิ่งที่ราคาต่ำ ต้องสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นระบบปรับด้วยมือหรือเปล่า ต้องถามร้านค้าให้แน่ชัดก่อน

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-5

วิธีสังเกตุระบบปรับด้วยมือจากรูปภาพ ให้ดูตรงส่วนท้ายของเครื่องจะสังเกตุชิ้นส่วนสำหรับปรับระดับอยู่ส่วนมากจะมี 3 รู ก็คือสามารถปรับได้เพียง 3 ระดับเท่านั้น

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-8

MEGA Fitness ขอยืนยันว่าการวิ่งบนลู่วิ่งนั้น ดีกว่าการวิ่งข้างนอกอย่างแน่นอน ให้เรื่องของประสิทธิภาพและความปลอยภัยของเข่า

ลู่วิ่งที่ดีจะมีระบบซับแรงกระแทก เพื่อช่วยทำให้การวิ่งนั้นนุ่มสบาย และไม่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมสภาพเร็วเมื่อการวิ่งข้างนอก 

เพราะการวิ่งข้างนอกนั้น รองเท้าเราจะสัมพัสกับพื้นแข็ง ซึ่งจะสะท้อนแรงกลับมาที่เข่าเราเต็มๆ แต่การวิ่งบนลู่นั้นแรงกระแทกจะถูกกระจายลงบนลู่

แล้วระบบซักแรงกระแทกมันมีกันกี่แบบละ ?

( กดเปิด เพื่ออ่านคำตอบ )

ลูวิ่งแต่ละรุ่นจะมีระบบซับแรงกระแทกไม่เหมือนกัน แล้วแต่เทคโนโลยีของแต่ละเจ้า แต่ส่วนมากเราจะสามารถสังเกตุระบบนี้ได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งมันจะอยู่ใต้กระดานวิ่ง

ยกตัวอย่างระบบซับแรงกระแทก 2 จุด Soft-Run™ กับ 3 สามจุด Air-Cushion™ ตามรูปข้างล่าง ฟีลลิ่งของการวิ่งบนสองระบบนี้ก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันวิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-3

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-10

หน้าจอและฟังก์ชั่น ของลู่วิ่งแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันมากมาย แต่ฟังก์ชั่นหลักที่ควรมี  6 อย่างที่ คือ (1) ค่าความเร็ว (2) ค่าความชัน (3) แคลอรี่ที่เผาผลาญ (4) ระยะทางที่วิ่ง (5) การเต้นของหัวใจ และ (6) เวลาในการวิ่ง

มีครบ 6 ออฟชั่นนี้ก็เพียงพอต่อการใช้งาน หากมีนอกเหนือจาก 6 ฟังก์ชั่นนี้ ถือเป็นออฟชั่นเสริม

นอกเหลือจากฟังก์ชั่นแล้ว ลู่วิ่งบางตัวยังมีโปรแกรมวิ่งอัตโนมัติแถมมาให้อีก วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-6 

โดยปกติลู่วิ่งแต่ละตัวจะมีโปรแกรมไม่ต่ำกว่า 10-12 โปรแกรม 

แล้วคุณสงสัยมั้ยว่าโปรแแกรมอัตโนมัติมันดูยังไง?

( กดเปิด เพื่ออ่านคำตอบ )

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-7

จากตัวอย่างในหน้าข้างบน 1 กล่องดำ คือเลเวลของความเร็ว ณ จุดเริ่มต้น ระบบจะค่อยๆปรับความเร็วเราขึ้นสังเกตุได้ตามจำนวนกล่องดำที่มากขึ้น

การใช้โปรแกรมอัตโนมัติก็ช่วยทำให้การวิ่งเราสนุก ไม่ซ้ำซากและท้าทายความสามารถเรามากขึ้น

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-11

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องดูโครงสร้างความแข็งแรงของเครื่องอย่างเดียว เมื่อพูดถึงการรับน้ำหนักผู้เล่นสูงสุด

จริงๆๆแล้วการเลือกซื้อที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวคุณต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัย ซึ่งก็คือ (1) น้ำหนักคนวิ่ง (2) น้ำหนักเครื่อง (3) ขนาดของมอเตอร์

แล้ว 3 อย่างนี้ต้องคำนึงถืงอะไรบ้าง?

( กดเปิด เพื่ออ่านคำตอบ )

น้ำหนักคน – สำคัญที่สุด เมื่อเรารู้น้ำหนักคนวิ่ง เราก็จะสามารถรู้ น้ำหนักของเครื่อง และกำลังของ มอเตอร์ที่เราต้องการใช้งาน 

น้ำหนักเครื่อง – ยิ่งคุณตัวหนักมากเท่าไหร่ คุณควรจะมองหาเครื่องวิ่งที่มีน้ำหนักตัวเครื่องมากขึ้นเท่านั้น MEGA Fitness แนะนำให้คุณมองหาลู่วิ่ง “ที่หนักเท่าตัวคุณเป็นอย่างน้อย” เพื่อให้เกิดความเสถียรในการวิ่ง

ขนาดมอเตอร์ – MEGA Fitness แนะนำไปข้างต้นว่าลู่วิ่งที่ใช้ในบ้านควรมีกำลังมอเตอร์ 2-3 แรงม้า หากคุณน้ำหนักตัวมากเช่น 80-100กิโล ควรมองหามอเตอร์ประมาณ 3 แรงม้า ไม่อย่างงั้น “จะเกิดอาการเครื่องอืดเวลาวิ่ง” หากคุณน้ำหนักตัว 50-80กิโล ลู่วิ่งขนาด 2 แรงม้าก็เพียงพอแล้ว

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-13

ไม่ใช่ลู่วิ่งทุกตัวที่สามารถพับเก็บได้ แต่หากคุณใช้ที่บ้าน และใช้วางในพื้นที่ส่วนรวม การพับเก็บนั้นจำเป็นมากๆ และจะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่ใช้สอยของบ้านได้อีกเยอะ

สอบถามร้านค้าให้แน่ใช้ถึงวิธีการพับเก็บว่ายากง่ายแค่ไหน เพราะแต่ละรุ่นก็มีระบบพับไม่เหมือนกัน

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-14

การรับประกันคือจุดตัดสินร้านที่ดี ออกจากร้านที่ไม่ดี สิ่งที่มือใหม่ส่วนมากทำพลาดคือตัดสินใจซื้อจากระยะเวลาประกันอย่างเดียว 

ข้อควรระวัง 80% ของร้านค้าที่ขายลู่วิ่งที่ราคาถูกนั้น อาจจะไม่ใช้ร้านค้ามืออาชีพ และเป็นแค่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ไม่มีศักยภาพในการให้บริการหลักการขาย

สิ่งที่คุณควรทำ คือคุณต้องสอบถาม เงื่อนไขการรับประกันให้ละเอียด เช่น (1) หากเสียแล้วต้องทำยังไง (2) ชิ้นส่วนไหนรับประกันบ้าง (3) แจ้งซ่อมที่ไหน และต้องรอกี่วัน ต้องถามให้ละเอียด อย่าตัดสินใจเพียงดูระยะเวลารับประกันเป็นอันขาด

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-15

อีกเรื่องที่มือใหม่หัดซื้อลู่วิ่งไม่รู้ก็คือ ลู่วิ่งเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกาย ที่ติดตั้งง่ายที่สุด และใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีในการติดตั้ง เพราะสินค้าส่วนมากจะประกอบใส่กล่องไว้ให้แล้ว

แต่เพื่อความสะดวกสบายของคุณ บางร้านมีศักยภาพในการให้บริการส่งและติดตั้งถึงที่ ส่วนมากจะเป็นร้านค้าที่เป็นมืออาชีพ หากร้านนั้นสามารถมาส่งและติดตั้งถึงบ้านคุณได้ คุณควรเลือกร้านนั้น เพราะในทางเดียวกัน ร้านนั้นก็จะสามารถให้บริการหลังการขายคุณได้อย่างว่องไว

วิธีการเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า-pantip-101

คุณต้องแยกก่อนว่าการบริการหลังการขายนั้นมีสองช่วง (1) การบริการหลังการขาย สำหรับช่วงเวลารับประกัน และ (2) หลังจากหมดระยะเวลาประกัน

นี้คือสิ่งที่คนซื้อมือใหม่ไม่ค่อยจะถาม เพราะว่าการบริการ และค่าใช่จ่ายนั้นในแต่ละช่วงอาจจะแตกต่างกันสินเชิง

MEGA Fitness แนะนำให้คุณสอบถามเงื่อนไขการบริการหลังการขาย โดยแบ่งเป็น ช่วยระยะประกัน และ นอกระยะเวลาประกัน ให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ